พ่อครับ... ผมขอโทษ
ผมจำได้ว่าผมมาถึง "บ้าน" เมื่อปลายเดือนเมษา เดือนที่ร้อนที่สุดของปี
วันนั้นผมนั่งรถทางไกลช่วงสิบปีให้หลังมานี้เพราะผมไม่เคยออกนอกกรุงเทพไปอีกเลย
ผมยังมีอาการสะลึมสะลือเพราะไม่หมดฤทธิ์ยาจากสถานบำบัด หลังจาก "ตัดยา" แล้วหมอให้ยากล่อมประสาทผม
ซึ่งมันเป็นวิธีการรักษาติดยาเสพติดซึ่งผมเคยชินกับมันดี
เพราะผมมีวิถีชีวิตที่วนเวียนเข้าๆ ออกๆ ระหว่างบ้านกับสถานบำบัดมาบ่อยครั้ง
หากไม่นับรวมอีกที่หนึ่งซึ่งผมได้โคจรไปอยู่มาแล้วสองครั้ง ครั้งละหกเดือนบ้าง
เก้าเดือนบ้าง ที่นั้นคือคุกหรือเรียกให้ไพเราะหน่อยก็คือเรือนจำ
พ่อนั่งรถมากับผมด้วย พ่อไม่ร่ำรวยอะไรจากเงินเดือนทหารถึงจะเป็นระดับผู้พัน
แต่พ่อก็มีลูกถึงสามคน มีผมและน้องๆ อีกสองที่กำลังเล่าเรียนและใช้เงินกันเก่ง
ผมรู้ว่าพ่อลาหยุดงานมาหลายวันแล้วเพื่อเตรียมส่งผมไว้ที่ "บ้าน" นี้
พ่อมีความเชื่อมั่นว่าผมจะมีอาการดีขึ้นถ้าได้รับการฟื้นฟูทางจิตใจหลังจากติดยาแล้ว
"บ้าน" นี้เป็นความหวังใหม่และความหวังครั้งสุดท้ายของพ่อ
เมื่อคืนก่อนจะเดินทางพ่อไปเยี่ยมผมที่สถานบำบัด พ่อคุยกับผมอยู่นานพ่อพูดถึง "บ้าน" ที่ผมจะต้องไปอยู่ซึ่งผมก็ไม่รู้รายละเอียดมากนักผมอือออตามพ่อไปอย่างนั้นเอง
เพราะผมกลัวพ่อจะเสียใจ มีเรื่องมากมายที่พ่อเสียใจเพราะผมมาแล้ว
ผมไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง เพราะผมทำมามากแล้ว
ครั้งนี้ผมเห็นความหวังที่หลงเหลืออยู่บ้างในดวงตาของพ่อ
นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมยอมทุกอย่าง เพราะผมรู้ว่าพ่อหวังดีกับผมเสมอ ไม่ว่าผมจะ "ระยำ" แค่ไหน พ่อก็ยังเป็นพ่อของผม
ในรถที่ผมเดินทางมานอกจากพ่อแล้วยังมีเจ้าหน้าที่ของ "บ้าน" อีกคนหนึ่ง
ผมจำไม่ได้ว่าพ่อกับเขาคุยกันเรื่องอะไร
แต่ผมยึดเขาเป็นตัวแบบทันทีที่รู้ว่าเขาเคยมีอดีตเช่นเดียวกับผม
และเดี๋ยวนี้เขาเป็นคนใหม่ เขาไม่ใช้ยาอีกแล้ว เขามีหน้าที่การงานประจำ
มีครอบครัวเล็กๆอบอุ่นด้วยเมียสาวและลูกชายอีกหนึ่งคน
ผมฝันถึงชีวิตใหม่ของผมที่จะเป็นอย่างเขาบ้าง
ผมเพิ่งจะอายุยี่สิบสาม ผมยังมีโอกาสอีกยาวไกล
แม้ในอดีตผมจะเสียเวลาไปกับการใช้ยาถึงแปดปี ผมใช้ยาเมื่ออายุสิบห้า
เริ่มตั้งแต่บุหรี่ แล้วยัดไส้กัญชา ยาเม็ด ผงขาวทั้งสูบและสุดท้ายคือฉีด ผมเอามันทุกอย่าง
ผมเคยไปรักษาตัวหลายหน แต่เมื่อเลิกรักษาแล้ว ผมกับกลับมาใช้ยาอีกต่อไป
เป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
"บ้าน" ที่มาอยู่เป็นบ้านนอกเขตเมือง
ไกลจากกรุงเทพมากโข ที่ที่แม่บอกผมว่าผมจะหนีกลับไม่ได้ง่ายนัก
แม่ไม่อยากเห็นหน้าผมอีก แม่พูดอย่างนี้ใส่หน้าผม แม่ไม่ชอบผม ไม่เคยชอบ
ยิ่งผมใช้ยาแม่ยิ่งเกลียดชังผมทวีคูณ ผมเคยน้อยใจแม่
และนั่นทำให้แม่กับผมหันหลังให้กันโดยสิ้นเชิง แม่มีโลกของแม่
ผมก็มีโลกของผมเหมือนกัน
แต่พ่อยังเป็นคนเชื่อมโยงผมเอาไว้กับบ้าน
พ่อไม่เคยทอดทิ้งผมเลยไม่ว่าผมจะทำตัวเลวสักแค่ไหนก็ตามที
พ่ออยู่กับผมนานทีเดียวก่อนจะกลับไป พ่อมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งทิ้งไว้ให้ผม
ให้ผมได้เขียนบันทึกประจำวัน พ่อบอกว่าแล้วพ่อจะขออ่าน
พ่ออยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผม
คำพูดของพ่อทำให้ผมน้ำตาซึม
แต่ผมรู้ว่าผมเป็นผู้ชายจะร้องไห้ง่ายๆ นั้นมันเป็นเรื่องไม่เหมาะนัก
พ่อสัญญาว่าจะมาเยี่ยมผมเมื่อถึงกำหนดเวลาที่ "บ้าน" กำหนดเอาไว้ ผมเริ่มนับวันรอพ่อ
สิ่งที่ผมจดจำได้แม่ยำนักก่อนพ่อจะกลับไปก็คือแววตาห่วงใยเหมือนพ่อจะไม่แน่ใจว่าผมจะอยู่ได้นานนั่นทำให้ผมฮึดสู้
บอกว่าอย่างน้อยครั้งนี้ผมจะทำเพื่อพ่อให้ได้
ผมอยู่ที่ "บ้าน" ในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง ผมมีเพื่อนๆ
ที่เรียกเป็นครอบครัวเดียวกันอีกหลายสิบคน ทุกคนเคยใช้ยา แต่ที่นี่ไม่มียา
เป็นเขตปลอดยา แม้กระทั่งยาแก้ปวดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังไม่มีให้
เมื่อปวดหัวปวดท้องการเรียกหายามากินเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำ ที่ "บ้าน"
นี้จะแบ่งกันเป็นทีมๆ มีทีมทำความสะอาด ทีมครัว ทีมฟาร์ม
ทีมติดต่อประสานงาน ทุกทีมทำหน้าที่ของตัว ฝึกคนให้มีความรับผิดชอบ
และผมก็ได้รับการฟื้นฟูจิตใจตามรูปแบบที่มีอยู่
ได้รับการฝึกให้มีระเบียบวินัย กล้าหาญที่จะระบายความรู้สึก
แสดงความเห็นของตัวเองออกมา ช่วงแรกมันทรมานผมมาก เพราะโปรแกรมต่างๆ
ในการฟื้นฟูค่อนข้างหนักและเข้มงวด
มีแรงกดดันโถมทับลงมามากมายผมปรับตัวเองไม่ได้ ผมยอมรับไม่ได้ ผมอยากกลับบ้าน
ผมร่ำร้องคำกลับบ้านซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนเด็กๆ
ที่เอาแต่ใจตัวเองเจ้าหน้าที่พูดกับผมปลอบโยนจนความรู้สึกลดลงไปได้เมื่อเวลาผ่านไปได้สี่สัปดาห์ผมเริ่มปรับตัวเข้ากับระบบของ
"บ้าน" ได้และไม่ร้องเป็นเด็กๆ
อีก
ที่นี่ไม่ใช่คุก ไม่ใช่สถานกักกัน ไม่มีรั้วลวดหนาม
ไม่มีกำแพงผมได้เห็นคนที่อยากกลับบ้านมากๆ เดินออกไปเฉยๆ
นั้นแปลว่าการฟื้นฟูได้ล้มเหลวลงสำหรับคนคนนั้นแล้ว เขาจะเดินออกไปเพื่อเสพยาอีก
เขาได้เสียเวลาไปเปล่าๆ อีกจนได้
นั่นเป็นตัวอย่างที่ผมได้เรียนรู้และทำให้ผมอดทนยิ่งขึ้น
ผมได้เล่นฟุตบอลที่ผมเคยชอบมากมาก่อน
ผมมีร่างกายแข็งแรงขึ้นผมวิ่งได้ระยะไกลขึ้น วิ่งไล่ตามลูกได้ทันแล้ว ทีมของ "บ้าน" ไปแข่งบอลชนะมาหลายหน
ผมผ่านเวลาสี่เดือนมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อพ่อมาเยี่ยมผมตามคำร้องขอที่ผ่านขั้นตอนของผมแล้วผมเล่าให้พ่อฟังท่าทางพ่อดีใจมาก
และผมยังได้เรียนหนังสือ
มีการศึกษานอกโรงเรียนเข้ามาสอนหนังสือให้พวกสมาชิกของบ้าน
พวกเราได้ทิ้งการเรียนไปมัวเมากับยา จนความรู้ไม่มีติดตัวกันมากนักแต่ยังไม่สายเกินไป
แล้ววันคืนอันโหดร้ายก็มาถึงผมเข้าจนได้
เมื่อมีการตื่นตัวเกี่ยวกับโรคร้ายที่ชื่อ "เอดส์" "บ้าน" ให้สมาชิกทุกคนได้รับการตรวจเลือด แล้วผมเป็นคนหนึ่งที่มีเชื้อร้ายนั้น
เชื้อร้ายที่อยู่ในขั้น "HIV" แล้วด้วย
ตอนผมรู้ผมตัวเบาโหวง ผมเป็นเอดส์ ผมกลัว
กลัวมาก แม่ชีบอกว่าจะสวดมนต์ให้ผม
อยากหัวเราะ
ผมอยากทำแบบนั้นจริงๆด้วย
มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เอาคำสวดไปสู้กับโรคร้าย
แต่ผมรู้ว่าแม่ชีหวังดีจริงใจผมรับรู้อย่างเดียวว่าผมจะต้องตายแล้ว
ผมจะไม่มีชีวิตเหลืออยู่อีก ที่เคยผยองว่าผมแน่พอจะใช้ยาโดยไม่เคย "น็อก" ไปเสียก่อนมันดูจะเหือดหายไปหมดแล้ว
ผมใช้ยามาแปดปี ผมอยู่ได้โดยกระดูกไม่ผุ สมองไม่เสื่อม
ตำรวจที่เคยจับผมเคยพูดใส่หน้าผมเอาไว้ว่า
"ลื้อน่าจะตายได้แล้วนะ ฉีดขนาดนี้ กระดูกผุหมด"
แต่ผมไม่ตายเพราะกระดูกผุ
ผมยังอยู่เพื่อจะมีวันนี้ วันที่ผมเป็นเอดส์
เจ้าหน้าที่เอาวีดีโอเกี่ยวกับโรคเอดส์มาฉายให้ดู ผมนั่งดูเงียบๆ
หน้าทีวี
ภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นของผมจับใจความไม่ได้มากนักนอกจากรู้ว่ามันเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง
มันติดต่อทางเลือด ทางการสืบพันธุ์ และจากแม่ถึงลูกในครรภ์
รวมทั้งการใช้เข็มฉีดยา ซึ่งผมอยู่ในประเด็นนี้ ตอนผมฉีดยาจำไม่ได้แล้วว่าผมมั่วเข็มแค่ไหน
บัดนี้ผมรู้แต่ว่ากรรมได้ตามติดมาถึงผมแล้ว
อาการของผมยังไม่มากนัก
ผมอาจจะมีเวลาเหลืออีกสักห้าปีเป็นอย่างน้อยที่อาการจะพัฒนาเป็นเอดส์เต็มขั้น
แต่อย่างไรเสียผมต้องตายแน่ๆ สุขภาพจิตผมเริ่มแย่ลงผมกินไม่ได้ ผมคิดมาก
และผมอยากกลับบ้าน
กลางคืนผมนอนร้องไห้จนหลับไปทุกคืน
ผมไม่ได้คิดจะร้องแต่น้ำมันไหลออกมาเอง ผมโทรไปหาพ่อ
เพื่อนสมาชิกบางคนไม่ยอมบอกครอบครัวเพราะกลัวถูกรังเกียจ
แต่ผมอยากจะบอกพ่อ อยากให้รู้ ไม่ช้าก็เร็วพ่อต้องรู้จนได้
แล้วผมก็อยากจะกล้าหาญที่จะบอกกับพ่อเอง
ผมบอกให้พ่อมารับผมกลับบ้าน ผมเก็บของเตรียมไว้
ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนยับยั้งผมได้อีกแล้ว
ผมอยากกลับไปอยู่กับพ่อสักพักหนึ่งเมื่อพ่อมาถึง
ภาพของพ่อที่ผมได้เห็นคือตาแก่คนหนึ่งที่ไหล่งองุ้ม ในดวงตาของพ่อรื้น
พ่อร้องไห้ นั่นทำให้ผมปล่อยโฮออกมาดังๆ อย่างหมดอายเหมือนกัน
แล้วพ่อก็ปลอบให้ผมหยุดร้อง
พ่อบอกว่าจะหาเงินมารักษาผมเท่าไหร่เท่ากันแม้จะรู้ว่าพ่อหมดหวังแล้ว
พ่อก็ยังไม่เลิกจะหวัง พ่อเป็นคนเข็มแข็งเสมอ
แล้วผมอยากเป็นให้ได้เหมือนพ่อแม้จะสักกึ่งหนึ่ง
ผมอยากจะขอโทษพ่อ
ชีวิตผมพ่อให้มา
แต่ผมไม่เคยตอบแทนให้พ่อชื่นใจเลย
ผมกลับบ้าน ผมเจอแม่ซึ่งเปิดฉากด่าทอผม
แม่รู้เรื่องโรคร้ายจากพ่อแล้ว พ่อคงจะบอกแม่
ผมจับได้ว่าแม่รังเกียจและกลัวผมควบคู่กันไป แม่ยืนอยู่ห่างจากผมเป็นเมตรๆ
ทำเหมือนผมเป็นเชื้อโรคร้ายและแม่ยังกีดกันน้องๆ สองคนให้ห่างผม
แล้วผมก็เลือกทางออกได้
คนอย่างผมยังจะมีประโยชน์อะไรกันอีก
ผมเลือกที่จะตาย
ผมเลือกวิธีตายก่อน ตอนแรกผมจะใช้ปืน
แต่ปืนของพ่อไม่ควรจะมามัวหมองเพราะผม
พ่ออาจจะปวดร้าวที่ผมใช้ปืนของพ่อเป็นเครื่องมือปลิดชีวิต
ผมเข้าไปในครัวมองหามีดสักเล่มหนึ่ง
ก่อนจะฉุกใจว่าเลือดของผมจะทำให้คนในบ้านเสี่ยงกับโรคร้ายของผมก็เป็นได
้ ในที่สุดผมก็เลือกวิธีได้ ผมจะผูกคอตาย
ผมนึกถึงครั้งที่ผมเมายาแล้วเพี้ยน ผมเคยผูกคอตายเล่นๆ
ผมเอาเชือกฟางมามัดคอโยงไว้กับขื่อบ้าน
แล้วมีมีดเล่มหนึ่งเตรียมไว้ข้างตัวคอยตัดเชือกเมื่อผมเห็นว่าผมประท้วงด้วยการฆ่าตัวตายแล้วไม่มีใครสนใจผม
ผมนึกถึงสิ่งที่ผมทำครั้งนั้นด้วยความหดหู่ใจ
คราวนี้ผมไม่เตรียมมีด แต่ผมเตรียมเชือกที่แน่นเหนียวพอ
เป็นเชือกที่ใช้ทำราวตากผ้าได้
ผมกลัวว่าไม่แน่นหนาพอผมเอาเชือกมาฟั่นรวมกันสองทบแล้วจึงลงมือทำบ่วง
ผมรอจนคนในบ้านออกไปกันหมดแล้ว แม่เป็นคนสุดท้ายที่ออกไปจากบ้าน
ผมเรียกแม่
แม่หันมามองผม แววตายังชิงชังรังเกียจผม
แม่ดุว่าผมเรียกให้เป็นตัวซวย จะทำให้แม่เสียไพ่วันนี้
ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับแม่หลังจากเรียกไปแล้ว จึงหลบเข้ามาในบ้าน
แล้วถึงนาทีที่ผมตัดสินใจได้เด็ดขาด
สำนึกสุดท้ายที่ผมเตะเก้าอี้ที่ใช้ปีนผูกเชือกออกไปแล้วก็คือความอึดอัด
ผมนึกถึงแม่ว่าจะเล่นไพ่ได้ไหมวันนี้ ผมนึกถึงน้อง คงจะไม่มีน้องคนไหน
ออกนอกลู่นอกทางแบบผม นึกถึงพ่อ
ผมอยากให้พ่ออโหสิให้กับผม
ผมรักพ่อ
รักมากที่สุด รู้ว่าพ่อคงจะเสียใจ
แต่ผมอยู่ไม่ได้จริงๆ ผมไม่อาจจะรอเวลาให้โรคร้ายเล่นงานผมจนงอมไปเอง หมดทางช่วยเหลือผมได้แล้วจะมีทางใดดีไปกว่าความตายอีกเล่า
ผมนึกถึงที่ผมเขียนในหน้าสุดท้ายของบันทึก
ผมเขียนถึงพ่อกระดาษหน้านั้นเปียกน้ำตาของผมเอง
ผมเขียนบอกว่าผมดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ
และถ้าได้เกิดใหม่จริงผมก็อยากเกิดเป็นลูกของพ่ออีกหนหนึ่ง ผมจะทำตัวให้ดีกว่านี้
พ่อครับ ผมขอโทษด้วย
,
